Tuesday, April 12, 2011

SongKran Festival

Songkran Festival

เดือนเมษายน อากาศเริ่มร้อนระอุ พี่ Kengki มั่นใจว่าน้องๆ หลายคนคงตั้งหน้าตั้งตารอเทศกาลสำคัญของเดือนนั้นก็คือ ประเพณีสงกรานต์ หรือที่เราถือกันว่าเป็น ปีใหม่ไทย ของเรานั่นเอง เราจะไปอธิบายความเป็นไทยให้ชาวต่างชาติฟังได้อย่างไรน้า

เริ่มกันที่ชื่อของเทศกาลนี้ก่อนแล้วกันนะครับ ไม่มีใครว่าอะไรถ้าน้องๆ จะเรียกมันว่า Songkran Festival ทับคำภาษาไทยลงไปเลย อ่ะดูคำว่า Festival หมายถึง งานหรือเทศกาลครับ แต่ถ้าอยากให้ชาวต่างชาติเห็นภาพชัดน้องๆสามารถใช้คำว่า Water Festival หรือ Water Throwing Festival ได้เหมือนกัน ความหมายก็จะประมาณ เทศกาลสาดน้ำ ของเรานั่นเอง ที่นี้เราก็มีชื่อเรียกเก๋ๆ ให้กับวันสงกรานต์ของเรากันแล้ว


บทความนี้ตีพิมพ์ในนิตยสารเล่มโปรด เมษายน 2553

แต่น้องๆ ครับจะรู้แค่ชื่อก็คงจะไม่พอใช่ไหมครับ เราต้องสามารถอธิบายได้ว่าเราทำอะไรได้บ้างในวันสงกรานต์ของเราครั้งนี้ เอ... จะเริ่มจากอะไรดีนะ

งั้นพี่ขอเริ่มจากสิ่งที่ถือว่าเป็นภาพลักษณ์ของวันสงกรานต์นั่นก็คือการสาดน้ำสงกรานต์ใช่ไหมครับ ให้น้องๆ พูดว่า Throwing water ง่ายใช่ไหม มาจากคำว่า Throw ที่แปลว่า ปา, ขว้างนั่นแหล่ะครับ เวลาน้องๆ เล่นน้ำน้องๆมักจะถือปืนฉีดน้ำ (water gun) กันใช่หรือเปล่าเอ่ย หรือบางคนจะใช้แค่ Water Container (ภาชนะบรรจุน้ำ) เช่น ขัน หรือ ถัง ก็ไม่ว่ากันอยู่แล้ว บางคนเล่นน้ำไม่พอก็ต้องเอาแป้งดินสอพองมาเล่น แป้งดินสอพองนั้นในภาษาอังกฤษเราเรียกว่า Chalk นะครับ คำเดียวกับชอล์กที่ใช้เขียนกระดานแต่ใช้หมายถึง ดินสอพอง จ้า

โอ้ย ที่นี้โดนสาดน้ำกันตัวเปียกเลย อยากจะบอกเพื่อนเหลือเกินว่าตัวเปียกเนี่ยเราจะบอกว่า I am getting soaked. ฉันเปียกไปหมดเลย แต่เอ.. เปียกอย่างนี้ชอบกันล่ะสิ

นอกจากการเล่นน้ำ สาดน้ำเพื่อดับร้อนและความสนุกสนานแล้วนั่น ประเพณีสงกรานต์ของเรายังมีอะไรดีดีที่ควรค่าแก่การถ่ายทอดนะจ๊ะ ยกตัวอย่างเช่น การสรงน้ำพระพุทธรูป เราเรียกว่า Pouring water to the Buddha image แต่เวลาเราสรงนั้น เราสรงด้วย น้ำอบไทย (Thai fragrance) ลอยด้วยดอกมะลิกันใช่ไหมเอ่ย

นอกจากนี้พี่ Kengki ก็ยังอยากให้น้องๆ รู้จักประเพณีดีๆคือการรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ด้วยในภาษาอังกฤษนั้นไม่มีคำที่เฉพาะเจาะจงตายตัวแต่เราสามารถอธิบายได้ว่า

We pour water to the elder’s hand to show respect and ask for a blessing.

บอกว่าเรานั้นรดน้ำไปที่มือของผู้สูงอายุเพื่อแสดงความเคารพและขอพร เห็นไหมว่าประเพณีไทยของเรานั้น งดงามกันจริงๆ

สุดท้ายนี้พี่ Kengki ขอฝากแค่ว่า ประเพณีไทยของเรานั้นจะงดงามต่อไปได้ก็อยู่ที่น้องๆ เยาวชนไทยของเราร่วมกันรักษาและเผยแพร่ความเป็นไทยของเราให้โลกรับรู้กันนะ สุขสันต์วันสงกรานต์น้องๆทุกคนเลย

Thursday, April 07, 2011

Social Media คุณใช้มันเพื่ออะไร

ในช่วงขวบปีที่ผ่านมา เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสื่อออนไลน์ยุคใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า "Social Media" นั้นได้เข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตเราเป็นอย่างมาก คุณอาจจะเคยได้ยินชื่อ Facebook, Twitter etc. แต่คำถามก็คือ "เราใช้ Social Media" เพื่ออะไร

ขึ้นชื่อว่าเป็นสืิ้่อสังคมย่อมต้องเป็นการสร้างสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่เพื่อเชื่อมโยงคนกลุ่มต่างๆเข้าไว้ด้วยกัน

ผมขอเล่าประสบการณ์การใช้ Social Media ของผมแล้วกัน

จุดมุ่งหมายแรกของผมในการเข้ามาในโลกสังคมออนไลน์นั้น ผมเริ่มต้นที่ตัว Facebook เป็นตัวแรก ด้วยความที่ยังเป็นนิสิตมหาวิทยาลัย การมี Facebook ไว้คุยเล่นกับเพื่อนๆย่อมเป็นอะไรที่ดูดี พอต่อมาเรียนจบกลายเป็นว่า Facebook ของผมมีเด็กนักเรียนมากกว่าเพื่อนผมเสียอีก

ผมเลยใช้สื่อ Facebook ให้เป็นประโยชน์โดยการใช้สื่อสารกับนักเรียนของผม

พอช่วงต่อมา ผมเริ่มมาจับอีกโปรแกรมหนึ่งที่เรียกว่า Twitter ยอมรับเลยว่าตอนนี้ผมนั้นติดเจ้านกทวิตเตอร์ตัวนี้ไปเรียบร้อยแล้ว

ผมใช้ Twitter แรกๆ ตามกระแสเห็นเขามีก็อยากมีบ้าง แต่ต่อมาพอเริ่มบ่นเริ่มทวิตก็เริ่มที่จะติดพัน

ช่วงที่ผมเห็นประโยชน์ของทวิตเตอร์มากที่สุดคือช่วงที่มีเหตุการณ์สำคัญๆเกิดขึ้นขออนุญาตยกตัวอย่าง ๒ เหตุการณ์ต่อไปนี้นะครับ

เหตุการณ์แรกที่เกิดการประท้วงไปทั่วกรุงเทพฯ มีการชุมนุมมากมาย ทวิตเตอร์เป็นแหล่งสื่อข่าวที่ดีมากมีความคิดเห็น ข้อมูล ข่าวสาร ที่รวดเร็วและฉับไว ทำให้ผมนับถือพลังของชาวทวิตเตอร์

อีกเหตุการณ์หนึ่งก็คือ การระดมความช่วยเหลือต่างๆผ่านทางทวิตเตอร์ สังคมออนไลน์ตัวนี้ทำให้เราได้เกิดการรวมตัวของกลุ่มคนในการทำความดีต่างๆ เช่น ช่วยเหลือภัยพิบัติต่างๆ

ผมเองก็ไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ว่าผมใช้ Social Media ไปเพื่ออะไร แต่ผมรู้ว่าผมใช้มันในการตอบสนองความต้องการของผมอย่างไร และคุณล่ะครับ คุณใช้มันเพื่ออะไร